เซียนไก่ชน ต้องรู้ ความสำคัญของแม่ไก่ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ไก่ตัวเมีย- แม่ไก่ เป็นกลไกสำคัญในการผสมพันธุ์ไก่ การผลิตไก่ชนเพราะลูกไก่ที่เกิดมา ตัวผู้จะได้รับการถ่ายทอดความดีมาจากแม่ถึง 70% จากพ่อเพียง 50% นั่นคือ เราต้องยึดถือแม่ไก่หรือไก่ตัวเมียเป็นตัวสำคัญ เรื่องนี้คนโบราณทราบกันมานานแล้ว จึงหวงตัวเมียกันมาก แบบชนิดไม่ยอมเผยแพร่ให้ใคร ถ้าจะให้ก็ต้องเป็นคนสนิท รักใคร่ชอบพอกันจริงๆเพราะตัวเมียที่ดีจะต้องผสมให้ลงลงเหล่าแน่นอน อย่างน้อยๆก็คัดเลือกกันมา 3-4 ชั่วโครตพอจะได้ออกมาซึ้งเป็นความลำบากและใช้เวลานานจึงหวงแหนกันนัก การคัดเลือกไก่ตัวเมียไว้ทำแม่พันธุ์ เราควรคัดเลือกตอนไก่ตัวเมียไข่หมดชุดแล้วในการไข่ชุดแรกให้สังเกตดูตอนกำลังไข่ เลือกแม่ไก่ที่ให้ไข่ฟองโต ยาว มากกว่าฟองสั้นๆ เปลือกไข่กระดูกเชิงกรานกว้าง จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องไข่ไม่ออก หรือเบ่งไข่จนตาย เมื่อจับตัวเลือกตัวที่จับกลมยาวสองท่อนบานหัวบานท้าย คอยาวตรงหน้ากลมเล็กหงอนหินรัดกระหม่อม ตาตรงตามสายพันธุ์คือตาปลาหมอตายหรือตาลี่ไพล ขอบตาเรียวสองชั้นตาดำกลม ตาขาวมีเส้นเลือดชัดเจน จะเป็นไก่ที่มีความอดทน แข้งเกล็ดกลม มีเกล็ดพิฆาตให้เห็นนิ้วกลมยาวขนเส้นเล็ก น้ำขนดี ขนแห้งไม่เปียก ก้านขนแข็งไม่เปราะ...
  การคัดเลือกไก่เก่ง ชนเก่ง ปล้ำ-เตะ-ตีให้เห็นกับตา เมื่อคัดเลือกลักษณะไก่ที่เลี้ยงออกชนได้ตามต้องการแล้ว เพื่อให้แน่ใจในความเก่งกาจและดูว่ามีแววหรือไม่ จำเป็นต้องนำมาเตะให้เห็นกับตาถึงชั้นเชิงความหนักหน่วงและแม่นยำ โดยนำไก่ใหม่ ๆ ที่คัดออกมาลองเตะกับไก่นวมดู ซึ่งพันสนับแข้งที่ค่อนข้างหนาให้ไก่นวม ส่วนไก่ใหม่อาจใช้พันพลาสเตอร์ที่หนาหน่อยเท่านั้น จากนั้นก็เช็ดน้ำตามปกติ ก่อนที่ปล่อยให้ไก่ได้ลองโชว์ฝีมือของตนเอง โดยครั้งแรกที่ทดลองเตะควรใช้เวลา 10-15 นาทีเท่านั้น แค่ดูว่าชั้นเชิงลีลาเป็นอย่างไร สิ่งที่ต้องดูเพื่อพิจารณาว่าไก่ที่คัดมาผ่านหรือไม่ก็คือเรื่องของเชิงว่าเป็นเชิงไหน มุด มัด กอค ใช้ได้หรือไม่ หรือหากเป็นไก่พม่าตีนหน้าเป็นอย่างไร ตีแม่นไหม แล้วตีแผลไหน ตีหู ตีตา กระเดือก แล้วจำแผลหรือไม่ หากเป็นไก่เชิงทุบหลังหนักหน่วงแค่ไหน ระยะเวลาเพียงแค่ 10-15 นาทีต้องดูให้ทัน อ่านไก่ให้ออกแต่ทว่าบางครั้งระยะเวลาเพียงเท่านี้ ประกอบกับไก่ใหม่อาจยังตื่นกลัวทำให้ไม่เห็นอะไรมาก จำเป็นต้องพักไว้ก่อนแล้วให้โอกาสมาทดสอบใหม่ในครั้งที่ 2-3 ซึ่งทำให้เห็นชั้นเชิงและแผลดีที่ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้แต่ตัวที่ทดสอบครั้งแรกที่เห็นว่าดีแล้ว บางครั้งก็ต้องนำมาลองเตะครั้งที่ 2-3 ด้วยเพื่อดูว่ายังเหมือนเดิมหรือไม่...
    “ปล้ำไก่” เพื่อให้มั่นใจในเชิงชน การฝึกซ้อมคู่หรือที่เรียกว่าการปล้ำไก่ ถือเป็นการออกกําลังและการฝึกซ้อมเรื่องของชั้นเชิงที่ดีที่สุด โดยส่วนมากเริ่มฝึกในลักษณะนี้กับไก่ที่มีอายุ9-10 เดือนขึ้นไป ซึ่งเป็นระยะที่ไก่ได้ผ่านการบริหารร่างกายและการออกกําลังกายจนกําลังอยู่ตัวแล้ว ซึ่งระยะนี้ไก่ชนจะมีร่างกายสมบูรณ์เต็มที่ มีความคล่องแคล่ว ว่องไว มีพละกําลังและจิตใจเป็นนักสู้เต็มตัว โดยผู้เลี้ยงมักจะเสาะหาไก่ชนที่มีขนาดไล่เลี่ยกัน และอายุใกล้เคียงกันมาเป็นคู่ซ้อม หรือผู้เลี้ยงมักจะ อุ้มไก่ของตนเองไปซ้อมกับไก่ของซุ้มอื่นตามสนาม ชมรมหรือตามซุ้มที่เปิดซ้อม การซ้อมในลักษณะนี้จะมีความใกล้เคียงกับการชนจริง หากแต่มีการป้องกันการบาดเจ็บที่รัดกุมมากกว่า เช่น ใช้พลาสเตอร์พัดเดือยให้หนาขึ้น พร้อมมีการผูกอย่างมิดชิด รวมทั้งไม่มีการรักษาบาดแผลระหว่างซ้อมเหมือนกับการชนจริง ตลอดจนการไขหัวหรือถ่างตาด้วย ในการปล้ำไก่ตามสนามซ้อมหรือสนามชมรม เจ้าของไก่ต้องมีประสบการณ์ในเรื่องไก่ชนพอสมควร เนื่องจากการไปปล้ำบางคู่ต่อสู้มักบอกรายละเอียดไก่ของตัวเองไม่หมด เช่น เรื่องของอายุและน้ำหนัก ตลอดจนประสบการณ์ในการชนหรือฝึกซ้อม หลายคน มักบอกว่าไก่ของตัวเองยังใหม่อยู่ ยังไม่เคย เพื่อที่จะได้คู่ปล้ำ ทําให้เวลาปล้ำกับไก่ประเภทนี้ก็เสียเปรียบ และไก่บอบช้ำค่อนข้างมาก รุนแรงถึงขั้นเสียไก่ไปเลย ก็มี ดังนั้นเจ้าของไก่จึงต้องพิจารณาให้ออกด้วยว่าคู่ปล้ำของตนเองมีอายุมากน้อยแค่ไหน น้ำหนักใกล้เคียงกันหรือไม่ เคยผ่านสนามหรือฝึกซ้อมมาแค่ไหน ซึ่งไก่ที่ปล้ำกันต้องไม่ให้มีข้อได้เปรียบเสียเปรียบตรงนี้กันมากนัก ผู้เลี้ยงไก่จงจําไว้เสมอว่า ไก่หนุ่มก็ปล้ำกับไก่หนุ่ม...
  ไก่ชนที่ไม่ควรเอาออกมาชน ไก่ชนที่ไม่ควรนำมาเลี้ยงเพื่อเอาออกชน คือไก่ซึ่งมีลักษณะไม่ดี บ่งบอกว่าไก่ตัวนั้นมีความบกพร่องในสัญชาตญาณการต่อสู้ ขาดความทรหดอดทน จิตใจไม่แข็งแกร่ง มีความเป็นนักสู้น้อย ถ้านำลงสังเวียนชนมีโอกาสแพ้มากกว่าชนะ ไก่ที่มีลักษณะไม่ดีพอจะแยกออกเป็นข้อ ๆ ดังนี้ หัว-หน้า มีหัวใหญ่กลม แสดงว่าเป็นไก่ไอคิวต่ำ ทั้งดื้อและโง่ ไม่รู้จักการแก้ไขสถานการณ์เวลาตี มักจะตีเชิงเดียวตลอด คิ้วบางเป็นสันแหลมเรียกว่า คิ้วลิง เป็นคิ้วเปราะบาง ถูกตีสันคิ้วมักชักง่าย ๆ คิ้วไม่คุ้มตา มีโอกาสถูกแทงตาบอดได้ไม่ยาก นัยน์ตากลม ขอบตาหนา ตาดำใหญ่ ตาขาวตาดำมองรวม ๆ จะออกสีแดง ชอบกลอกนัยน์ตาลอกแลก บอกให้รู้ว่าเป็นไก่ใจเสาะ ถอดหัวหนีไม่บอกไม่กล่าว ไว้วางใจไม่ได้ หงอน ไม่รัดกอดกระหม่อม มีสีซีดไม่แดงสดใสแสดงว่าเป็นไก่ไม่แข็งแรงเต็มที่ หรือเป็นไก่หงอนรูตรงปลายหงอน ว่ากันว่าเป็นไก่ไม่มีสกุล จิตใจไม่แน่นอน บางครั้งอาจสู้บางครั้งอาจไม่สู้ มีปลายหงอนมาตรงกับตาดำ เชื่อว่าไม่สามารถคุ้มตาตัวเอง...
  ไก่ชน สัตว์คู่บ้าน เลี้ยงด้วยใจรักษ์ ประจักษ์จากเชิงชน แล้วผลกำไรจะตามมา จริง ๆ แล้วการเลี้ยงไก่ชนของผู้คนส่วนใหญ่ เลี้ยงในลักษณะเป็นสัตว์เลี้ยงที่สร้างความเพลิดเพลิน บันเทิงใจมากกว่า ไม่ต่างจากการเลี้ยงสุนัขหรือแมว หลายต่อหลายคนเลี้ยงไก่ชนแต่ไม่เคยอุ้มไก่ของตนเอง ไปชนที่สนามเลย เต็มที่ก็เลี้ยงไว้ปล้ำเพื่อดูเชิงชนเท่านั้น แต่ขึ้นชื่อว่าไก่ชนแล้วแม้จะไม่ได้ออกไปชนเดิมพัน แต่ก็จำเป็นที่ต้องเพาะเลี้ยงสายพันธุ์ที่มีชั้นเชิงหรือลีลาในการชนที่ดี พูดง่าย ๆ ต้องเป็นไก่ชนที่สวยและเก่งไว้ก่อน ซึ่งความรู้สึกตรงนี้ก็คงคล้าย ๆ กับผู้ที่ชื่นชอบรถแข่ง ที่พยายามตกแต่งรถของตนให้สวยและแรง ทั้งที่ไม่ได้เป็นนักแข่งรถก็ตาม คุณอำนวย นิ่มชื่น บ้านเลขที่ 21 หมู่ 3 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โทร. 08- 7150-3686) เป็นผู้หนึ่งที่มีใจรักษ์ไก่ชนและเลี้ยงอย่างจริงจังมานานปีได้ให้ข้อมูลว่า มีความชื่นชอบไก่ชนมาตั้งแต่เด็ก ชอบในพฤติกรรมการเลี้ยงลูกของแม่ไก่ มีลูกไก่ตัวเล็ก ๆ น่ารักเดินตามเป็นฝูง ๆ...
  ไก่ชน ปศุสัตว์แห่งเกมกีฬาไทย สร้างอาชีพ มีรายได้ ใช้เป็นอาหาร นำความสำราญสู่ชนบท หลายคนอาจมองว่า การชนไก่เป็นเรื่องของการพนัน แต่จริง ๆ แล้วกว่าจะเลี้ยงไก่มาออกชนได้สักตัวหนึ่ง ต้องใช้เวลานานเป็นปี ทั้งยังต้องเลี้ยงและมีการฝึกซ้อมอย่างดีถึงจะนำมาชนได้ ซึ่งการแข่งขันในเกมกีฬานี้ก็มีการเดิมพันหรือติดปลายนวมกันเป็นเรื่องธรรมดา เพื่อสร้างความสนุกสนานให้กับผู้เลี้ยงและผู้ชม เป็นความท้าทายและสร้างความบันเทิงของผู้คน โดยเฉพาะในชนบทที่มีความบันเทิงให้เข้าถึงได้ไม่มากนักและไก่ชนก็เป็นชนิดหนึ่งที่ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ห่างไกลเพียงใดก็สร้างความบันเทิงจากการชนไก่ได้ไม่ยากเลย ผู้คนในชนบทเกือบทุกพื้นที่ต่างเลี้ยงไก่พื้นเมือง หรือไก่ชนติดบ้านเอาไว้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงที่ช่วยสร้างความเพลิดเพลินใจและทำให้สถานที่มีชีวิตชีวา และไก่เลี้ยงไว้ยังนำมาเป็นอาหาร เป็นแหล่งอาหารโปรตีนคุณภาพดีที่ผู้คนเข้าถึงได้ง่าย สุดท้ายก็เลี้ยงไว้เพื่อการแข่งขันเป็นเกมกีฬา โดยมีการคัดเลือกฝึกฝนถึงนำไปออกชนได้ ตรงนี้ก็ได้สร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินให้ผู้คนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตกระทั่งปัจจุบัน มุงมองของ ประธานธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ชื่นชอบกีฬาไก่ชนและมีส่วนการพัฒนาวงการไก่ชนไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ในการเลี้ยงไก่ชน ไก่ชนหรือไก่พื้นเมืองจริง ๆ แล้วก็เป็นเหมือนกับตู้เย็นเคลื่อนที่ เป็นตู้เย็นที่มีชีวิตของเกษตรกรที่สามารถนำมาประกอบเป็นอาหารเมื่อไรก็ได้ เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดีที่ทุกครัวเรือนควรมีติดบ้านเอาไว้ ไก่ชนนับเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีประโยชน์มาก   “ถ้าให้ดีหน่อยก็ควรมีการพัฒนาในเรื่องของสายพันธ์ควบคู่ไปด้วยกัน โดยนำไก่ที่มีลักษณะที่ดีทั้งรูปร่าง ขนาดของลำตัว รวมทั้งลีลาในการชนมาใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ ตรงนี้อาจจะต้องลงทุนสักหน่อยในช่วงแรก...
  คัดเลือกไก่พร้อมเลี้ยงชน เริ่มต้นดีมีชัยเกินครึ่ง   สิ่งแรกของการเลี้ยงไก่เพื่อออกชน คือการคัดเลือกไก่ที่นำมาเลี้ยง ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง การคัดเลือกไก่ชนนี้อาจเป็นการคัดเลือกไก่จากเล้าที่เพาะขึ้นมาเอง ในกรณีนี้ทำให้รู้ถึงเหล่าและสายพันธุ์ที่ชัดเจน ทำให้ตัดสินใจคัดเลือกหรือนำมาฝึกซ้อมเพื่อดูแววได้ไม่ยาก เพราะจะรู้ว่ามีลีลาชั้นเชิงเหมือนพ่อแม่หรือไม่ ขณะที่หากเป็นไก่ที่ซื้อเข้ามา ซึ่งไม่ได้รู้ถึงเหล่าหรือสายพันธุ์ที่ชัดเจนนักตรงนี้ต้องนำหลากหลายปัจจัยมาช่วยในการคัดเลือกเพื่อที่ได้ไก่ที่เก่งและพร้อมที่นำมาฝึกซ้อมมากที่สุด ผู้เลี้ยงไก่ชนตั้งแต่สมัยโบราณมากระทั่งปัจจุบันจะมีความพิถีพิถันในการเลือกไก่เพื่อนำมาเลี้ยงออกชนค่อนข้างมาก ซึ่งพิจารณาตังแต่ไก่อายุน้อย ๆ4-6 เดือน ซึ่งระยะนี้ลูกไก่จะเริ่มปรากฏสิ่งที่บ่งบอกลักษณะว่าจะเป็นไก่ชนที่ดีหรือเลวออกมาให้เห็นแล้ว ซึ่งการดูลักษณะว่าไก่ชนตัวใดจะเป็นไก่ชนยอดนักสู้ทรหด อดทน ใจถึง เชิงดีตีเก่ง สามารถพิจารณาได้จากส่วนประกอบต่าง ๆ ดังต่อไป อายุต้องได้ ใจต้องดี การคัดเลือกไก่ที่นำมาเลี้ยงออกชนนั้น อย่างแรกต้องมีอายุที่พอที่จะเริ่มสู้ไก่ได้ และมีอวัยวะส่วนต่าง ๆ เจริญเติบโตเต็มที่ โดยเฉพาะส่วนขนที่ต้องขึ้นให้สุด ไม่มีลักษณะเป็นหลอดบริเวณโคน โดยปกติแล้วผู้เลี้ยงเริ่มนำไก่มาขังเพื่อคัดอายุประมาณ 7-8 เดือน บางรายก็รอให้ครบถึง 9 เดือน ถึงเริ่มนำมาเลี้ยงและลองปล้ำดูเชิงชนและนำมาฝึกฝนได้โดยทั่วไปแล้วไก่หนุ่มนำมาเลี้ยงจนให้ได้อายุครบ 1 ปี ถึงนำไปออกชนได้
แนวทางการรักษา ใช้หลักการเดียวกับคนอาการท้องผูก  โรคนี้เจอได้บ่อยๆ ทุกฤดู โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนหรือช่วงที่ไก่ขาดน้ำหรือน้ำดื่มไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มีพยาธิในลำไส้ เยอะ ติดเชื้อในทางเดินอาหาร ให้กินอาหารที่ไม่เหมาะสม อาหารแข็งๆ ย่อยยาก กินเนื้อสัตว์เยอะ ให้กินแต่ข้าวเปลือกอย่างเดียว  ให้อาหารที่เป็นกากใยไฟเบอร์น้อยเกินไป ขาดผัก ขาดหญ้า เลยทำให้ไก่เกิดอาการขี้ต๊อก ขี้แข็ง หรือไก่ขี้ไม่ออก อาหาร เราจะสังเกตได้ง่ายๆเลย จากอาการเริ่มแรกไก่จะมีอาการยืนเบ่งขี้ตลอดเวลา มีการร้องต๊อกๆ บางครั้ง หรือบางตัวอาจจะมีเลือดออกมาด้วย แนวทางการรักษา  ใช้หลักการเดียวกับคนอาการท้องผูก และควรถ่ายพยาธิด้วยยาฆ่าพยาธิสม่ำเสมอ ส่วนการรัษาก็มีอยู่หลายวิธีด้วยกันขึ้นอยู่กับท่านผู้อ่านสะดวกและวิธีไหน มีทั้งวิธีการใช้ยาแผนปัจจุบันและภูมิปัญญาชาวไก่ชนสูตรโบราณที่เซียนรุ่นเก่าๆ ลองผิดลองถูกแล้วแนะนำสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น เช่น การใช้เทียนไขเป็นก้อน  ขนาดประมาณครึ่งข้อนิ้วชี้ 2-3 ท่อนป้อนให้ไก่กิน อาจจะเป็นการเพิ่มน้ำมันหรือสารหล่อลื่นในลำไส้ อันนี้ไม่มีง่านวิจัยรับรอง เป็นภูมิปัญญาล้วนๆ อาหารที่มีมันๆ หรือมีไขมันสูง เช่นอาหารสนุัขนำไปแช่น้ำให้พองแล้วนำให้ไก่กิน นี่ก็เป็นอีกวิธีนึ่งที่ลองผิดลองถูกกันมา ส่วนวิธีที่หมอใช้เป็นประจำก็คือ มะขามเปียก...
  เทคนิคการเลี้ยงไก่ป่าก๋อย การเลี้ยงไก่ป่าก๋อยสำหรับชนนั้น มีหลายอย่างหลายชนิดแล้วแต่ครูบาอาจารย์ใดจะสั่งสอนมา แต่ที่จะนำมากล่าวนี้เป็นที่นิยมมากที่สุด ระยะการปล้ำและตัวไก่ป่าก๋อยหนุ่ม ไก่ป่าก๋อยหนุ่มที่จะเริ่มเลี้ยงครั้งแรก ต้องลงขมิ้นให้ทั่วตัวเสียก่อน เพื่อสะดวกในการอาบน้ำ และป้องกันไรได้ดี 1.เริ่มอาบน้ำเวลาเช้าทุกวัน ควรใช้ผ้าประคบหน้าทุกครั้งที่มีการอาบน้ำไก่ ลงกระเบื้อง เนื้อตัวบางๆ แล้งลงขมิ้นตามเนื้อบางๆ แล้วนำไปผึ่งแดด พอรู้ว่าหอบก็นำไก่ป่าก๋อยเข้าร่ม อย่าให้กินน้ำจนกว่าจะหายหอบ จึงจะให้กินน้ำได้ ไก่ป่าก๋อยผอมไม่ควรผึ่งแดดให้มาก เพราะจะทำให้ผอมมากไปอีก ถ้าอ้วนเกินไปต้องพึ่งแดดให้มากสักหน่อย เพราะจะทำให้น้ำหนักลดลง ได้ควรคุมน้ำหนักทุกครั้งที่มีการซ้อม และการเลี้ยงทุกวันตอนเช้า 2.อาบน้ำประมาณ 7 วัน แล้วเริ่มซ้อมครั้งแรกสัก 2 ยกๆ ละ ไม่เกิน 12 นาที ซ้อมสัก 3 ครั้ง ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ซ้อมยกละ...
  เคล็ดลับการทำรังฟักไข่ตามความเชื่อคนโบราณ หัวงูจงอาง หังพังพอน และหัวหยี่ยว การเตรียมรังฝักไข่ถือเป็นอีกอย่างหนึ่ง มีความเชื่อทางไสยศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ในวงการผู้เลี้ยงไก่ชน พยายามปกปิดเป็นความลับมาช้านาน เป็นเคล็ดลับความเชื่อว่าสิ่งของเหล่านี้ จะทำให้ไก่เก่ง มีลำหักลำโค่น แทงเดือยแม่น และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ให้พ้นภัยอันตรายจากคู่ต่อสู้ที่สำคัญคือ เป็นไก่หมานโชคดี เมื่อออกตีจะได้รับชัยชนะอยู่เสมอ สิ่งเหล่านั้นมีอะไรบ้างมาดูกัน รองรังไข่ในตอนเช้าวันอังคารหรือวันเสาร์ เพราะถือว่าเป็นวัน"แข็ง" ห้ามไม่ให้ผู้หญิงรองรังไข่เป็นอันขาดเพราะจะทำให้คลายความขลัง ให้หันหน้ารังไข่ไปทางทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (ทิศพายัพ) รองรังไข่ด้วยของมงคลกระบุงที่ใส่ของค้าขายแล้วได้เงินมากๆ ยิ่งดี ใบขนุขเพื่อเกื้อหนุนเงินทอง ใบทองพันชั่งใส่เพื่อให้ลูกไก่ชนตัวนั้นหมานนำเงินทำทองมาให้ผู้เป็นเจ้าของ รองรังไข่ด้วยของหัก มีดหักขวานหัก เคียวหักหรือเศษไม้คานที่หักจากบ่าคนที่กำลังหาบ เศษไม้หามโลงศพ ไม้ฟ้าผ่าจากต้นไม้ที่ถูกฟ้าผ่าไก่จะตีรุ่งแรงดั่งสายฟ้าฟาด ใส่ลงไปเพื่อให้ไก่มีลำหักโค่นตีชักตีตาย รองรังไข่ด้วยของแหลมคม ใช้หนามทั้ง 5 อย่างคือ หนามแดง หนามพุงดอ หนามส้ม หนามหวาย...